ปักหมุด 10 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ตอบโจทย์ ถูกใจทุกสไตล์การเที่ยว
ดินแดนอาทิตย์อุทัย จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย
“ญี่ปุ่น” ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะไปกี่ครั้งก็ยังมีเสน่ห์ไม่ซ้ำกัน ด้วยการเดินทางที่สะดวก วัฒนธรรมอันโดดเด่น และความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติที่ผสมผสานเข้ากับความทันสมัยของเมืองใหญ่ได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ความมีระเบียบ ความสะอาด และความปลอดภัย ยังทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวมือใหม่และสายเที่ยวมือโปร จึงไม่น่าแปลกใจที่ ประเทศญี่ปุ่นจะติดอันดับประเทศที่คนไทยอยากไปมากที่สุดเสมอ
10 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ตอบโจทย์สายเที่ยวทุกสไตล์
4 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นในแถบโตเกียว: เมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล
โตเกียว (Tokyo) คือหัวใจของความเป็น “ญี่ปุ่นยุคใหม่” เมืองที่ผสานแฟชั่น ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยขึ้นคุณสามารถเอ็นจอยกับการช้อปปิ้ง เที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และสัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ในแถบนี้
1. ชิบูย่า (Shibuya)

ชิบูย่าถือเป็นที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่โดนใจสายช้อป โดยเป็นศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมวัยรุ่น ที่นี่เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านค้าแฟชั่น คาเฟ่เก๋ ๆ โดยมีจุดไฮไลท์เป็น Shibuya Crossing ถนนชื่อดังที่หลายคนนิยมถ่ายรูป ได้บรรยากาศเมืองใหญ่ด้วยความคึกคักของแสงไฟนีออนและผู้คนมากมาย
ไฮไลท์: Shibuya Crossing, Hachiko Statue, Center Gai Street
2. ชินจูกุ (Shinjuku)

ชินจูกุเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่หลายคนอยากมาเช็กอิน เพราะย่านนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสความเป็น “โตเกียว” แบบเต็มอิ่ม โดยคุณสามารถเอ็นจอยกับการช้อปท็อปแบรนด์อย่าง Isetan และ Lumine ขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาบนตึก Tokyo Metropolitan Government เมื่อท้องร้องก็แวะไปทานสตรีทฟู้ดที่ Ryu no Miyako Inshokugai พอตกดึกก็ไปแวะเดินเล่นในตรอก Golden Gai ที่เต็มไปด้วยบาร์เล็ก ๆ ที่มีเอกลักษณ์
ไฮไลท์: จุดชมวิว Tokyo Metropolitan Government, ย่าน Golden Gai, สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen), Ryu no Miyako Inshokugai
3. อากิฮาบาระ (Akihabara)

อากิฮาบาระนับเป็นคือสวรรค์ของสายเทคโนโลยีและแฟนอนิเมชั่น ที่นี่เต็มไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่ทำให้คุณเดินสำรวจได้ทั้งวันแบบไม่เบื่อ สายเกมต้องไม่พลาด Super Potato Retro Game Store ร้านรวมเกมเก่ายุค 80s–90s ที่จะทำให้คุณคิดถึงวัยเด็ก แล้วยังมี Akihabara Radio Kaikan ตึกศูนย์รวมสินค้าจากอนิเมะชื่อดังที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ไฮไลท์: Yodobashi Camera Akihabara ห้างเครื่องใช้ไฟฟ้าและของเล่นไฮเทค 9 ชั้น, Cure Maid Café เมดคาเฟ่แห่งแรกของญี่ปุ่น, Gachapon Kaikan แหล่งรวมตู้กาชาปองมากกว่า 500 ตู้
4. คามาคุระ (Kamakura)

คามาคุระ เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของญี่ปุ่นในยุคซามูไร เมืองนี้อยู่ห่างจากโตเกียวเพียงหนึ่งชั่วโมง เหมาะสำหรับ Day-trip เพื่อหนีความวุ่นวายออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์
คุณสามารถแวะไปวัดโคโตกุอิน (Kotoku-in) เพื่อชม “พระใหญ่ไดบุตสึ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคามาคุระ และเดินเล่นต่อที่ Hase-dera วัดสวยบนเนินเขาที่มองเห็นวิวทะเล ก่อนกลับก็แวะไปช้อปที่ Komachi-dori ซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านของฝากและขนมญี่ปุ่น
ไฮไลท์: พระใหญ่ไดบุตสึที่วัด Kotoku-in, วัด Hase-dera จุดชมวิวและดอกไม้เปลี่ยนสี, แหล่งช้อปปิ้งถนน Komachi-dori
3 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นในแถบคันไซ: ดื่มด่ำวัฒนธรรมโบราณ
เที่ยวเมืองใหญ่จนเหนื่อยแล้ว มาดูสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นที่เอาใจสายวัฒนธรรมกันบ้าง โซนคันไซ (Kansai) รวบรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติแบบโบราณของญี่ปุ่นเอาไว้ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะในเมืองอย่าง Kyoto, Osaka และ Nara ที่เคยเป็นศูนย์กลางของแผ่นดินญี่ปุ่นมาก่อน
1. เกียวโต (Kyoto)

เกียวโตเป็นที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เพราะเมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมากกว่า 1,000 ปี จึงเต็มไปด้วยวัดโบราณ สวนเซ็น และศาลเจ้าเก่าแก่ จุดเช็กอินที่แนะนำคือ วัด Kinkaku‑ji ที่มีศาลาเก่าแก่เป็นสีทองอร่าม สะท้อนแสงทองระยิบระยับบนผิวน้ำ และป่าไผ่ Arashiyama ที่ให้คุณสัมผัสธรรมชาติที่สงบใจและสวยงาม
เกียวโตยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น พิธีชงชา (Tea Ceremony) และย่าน Gion ที่ขึ้นชื่อเรื่องเกอิชาและบ้านไม้โบราณ
ไฮไลท์: วัดทอง Kinkaku‑j , วัด Kiyomizu‑dera, วัดเงิน Ginkaku‑ji, ป่า Arashiyama, Gion ย่านวัฒนธรรมเกอิชา
2. โอซาก้า (Osaka)

ถึงจะเป็นเมืองที่ทันสมัยและคึกคัก แต่โอซาก้าก็เป็นที่เที่ยวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยมี Osaka Castle ปราสาทสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคซามูไร, วัด Shitenno-ji วัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้าที่ให้คุณย้อนเวลาไปเรียนรู้วิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นในอดีต
นอกจากนี้ ก็ยังมีย่านดังอย่าง Namba ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและความบันเทิง ซึ่งจุดที่ต้องไปแวะถ่ายรูปให้ได้เลยก็คือDotonbori ถนนชื่อดังที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ โรงละคร และป้ายไฟกูลิโกะสุดไอคอนิกที่เป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้า
ไฮไลท์: Osaka Castle, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมือง, วัด Shitenno-ji, ย่าน Namba
3. นารา (Nara)

ที่เที่ยวในญี่ปุ่นอีกหนึ่งที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัดเก่าแก่ และสวนสวย ก็คือเมืองนารา โดยมีไฮไลท์เป็นพระพุทธรูปไดบุตสึขนาดใหญ่ที่วัด Todaiji และ Nara Park ที่มีกวางศักดิ์สิทธิ์เดินเล่นอย่างอิสระ
นอกจากนี้ยังมีศาล Kasuga Taisha ศาลเจ้าสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม และตรอกซอยเก่าแก่พร้อมร้านค้าพื้นเมือง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้ง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น
ไฮไลท์: วัด Todai‑ji, ศาล Kasuga‑taisha, สวนกวาง Nara Park
3 ที่เที่ยวธรรมชาติในญี่ปุ่น: ชาร์จพลังด้วยภูเขา ทะเลสาบ และออนเซ็น
ญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่เมืองใหญ่และวัดโบราณ แต่ยังซ่อนความงดงามของธรรมชาติที่ช่วยให้คุณได้ชาร์จพลังชีวิต และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ท่ามกลางธรรมชาติ
1. ฮาโกเนะ (Hakone)

เป็นอีกหนึ่งในสถานที่เที่ยวในญี่ปุ่นควรแวะไปสักครั้ง ฮาโกเนะโดดเด่นที่ความสมดุลระหว่างธรรมชาติและศิลปะ โดยรายล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบที่เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง Hakone Open-Air Museum ที่จัดแสดงงานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติ คนที่มาเที่ยวสามารถเลือกพักใน “เรียวกัง” (Ryokan) หรือโรงแรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีออนเซ็นส่วนตัวให้แช่เติมพลังและฟื้นฟูร่างกาย
ไฮไลท์: ทะเลสาบอาชิ, หุบเขาโอวาคุดานิ, พิพิธภัณฑ์ Hakone Open-Air Museum
2. เบปปุ (Beppu)

เป็นเมืองเก่าแก่บนเกาะคิวชูที่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นธรรมชาติ โดยมีไฮไลท์เป็น “Beppu Hells” (Jigoku Meguri) ที่มีทั้งบ่อโคลนเดือด บ่อน้ำสีฟ้าใส และบ่อน้ำสีแดงที่เกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติ
นอกจากออนเซ็นแล้ว เบปปุยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารท้องถิ่น ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวคิวชู เช่น Jigoku Mushi หรืออาหารที่ปรุงโดยการนึ่งด้วยไอน้ำบ่อน้ำพุร้อน, Toriten ไก่ทอดสไตล์เบปปุ และ Onsen Manju ขนมหวานที่มีไส้ถั่วแดงหรือครีม ที่นิยมทานคู่กับชาเขียว
ไฮไลท์: Jigoku Meguri, ทรายร้อน Beppu Kaihin Sunayu, Beppu Ropeway
3. นิเซโกะ (Niseko)

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่สุดท้ายที่เอามาฝากกันคือเมืองเล็ก ๆ ในฮอกไกโดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและความเงียบสงบ นิเซโกะจะโด่งดังในเรื่องสกี โดยช่วยกลางมกราคม – ต้นกุมภาพันธ์ จะถือเป็น ฤดูสกีที่ดีที่สุดเพราะมีหิมะพาวเดอร์ (Japow) ฟูและนุ่มที่สุด
นิเซโกะในฤดูอื่นก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน คุณสามารถเอ็นจอยกิจกรรมอย่างการเดินป่า พายคายัก และแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะ โดยมีภูเขาโยเท (Mt. Yotei) เป็นวิวสวย ๆ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ฟูจิแห่งฮอกไกโด”
ไฮไลท์: ภูเขาโยเท, Niseko Grand Hirafu, ออนเซ็นกลางหิมะ
เที่ยวญี่ปุ่นในสไตล์ของคุณ
สรุปได้เลยว่า ประเทศญี่ปุ่นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตอบโจทย์การเที่ยวทุกสไตล์ ตั้งแต่เมืองใหญ่ทันสมัยที่เต็มไปด้วยสีสัน ธรรมชาติสงบสุข ไปจนถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นแบบไหนหรือเดินทางอย่างไร ลองดูแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นของโรมเมท ที่จะทำให้ทริปของคุณเต็มไปด้วยความสุขและสะดวกสบาย:
- เดินทางง่าย ปลอดภัย เหมาะกับทุกวัย พร้อมชมสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ในทุกฤดู
- ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัย สัมผัสญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
- บริการอาหารหลากหลายทั้งชาบู สุกี้ยากี้ ซูชิ ยากินิกุ ไคเซกิเซ็ต และขาปู อิ่มอร่อยตลอดทริป
- ที่พักมาตรฐาน 4–5 ดาวตลอดทริป รับประกันความสะดวกสบาย
- และที่สำคัญที่สุด ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
คิดถึงการท่องเที่ยวแบบสบายใจ นึกถึงโรมเมท
Facebook: Roammate
Instagram: roammate.tour
LINE OA: @roammate
Hotline: +66 (0) 66-149-5965