TAT No. 11/13096
เวลาทำการ
Mon - Fri : 09:00AM - 06:00PM
เบอร์โทรติดต่อ
15 แลนด์มาร์คในเซี่ยงไฮ้ที่ใครๆก็ห้ามพลาด
15 แลนด์มาร์คในเซี่ยงไฮ้ที่ใครๆก็ห้ามพลาด
แชร์บทความนี้ :

15 แลนด์มาร์คในเซี่ยงไฮ้ที่ใครๆก็ห้ามพลาด

เซี่ยงไฮ้คือเมืองที่เหมือน “ค็อกเทลของโลกเก่าและโลกใหม่” ผสมกันอย่างลงตัว เดินฝั่งหนึ่งจะเจอสวนโบราณกับตรอกซอยบ้านอิฐแดงที่ให้ฟีลจีนดั้งเดิม แต่พอหันไปอีกฝั่งกลับเจอตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้า ไฟระยิบระยับเหมือนหลุดเข้ามาในอนาคต เมืองนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีทั้งแฟชั่น อาร์ต คาเฟ่ชิค ๆ และแลนด์มาร์กอลังการอย่าง The Bund, หอคอย Shanghai Tower หรือแม้แต่ Disney Resort ที่ใหญ่สุดในเอเชีย เซี่ยงไฮ้จึงเป็นเมืองที่เดินไม่กี่ก้าวก็พาเราเปลี่ยนบรรยากาศจาก “วัฒนธรรมโบราณ” ไปสู่ “ความโมเดิร์นสุดล้ำ” ได้ในวันเดียว สนุก ครบ และไม่มีวันเบื่อเลย! โรมเมทจะพาไปชม 15 แลนด์มาร์คในเซี่ยงไฮ้ที่ห้ามพลาด!

1. The Bund (หาด ไว่ ทาน)

The Bund (หาด ไว่ ทาน) คือไฮไลต์อันดับหนึ่งที่ใครมาเซี่ยงไฮ้ก็ต้องแวะ ที่นี่คือถนนเลียบแม่น้ำหวงผู่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เต็มไปด้วยตึกสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิกที่ตั้งเรียงรายเหมือนยกยุคอาณานิคมกลับมาอยู่ตรงหน้า แต่ความสนุกจริง ๆ คือการหันไปอีกฝั่งแล้วเห็นสกายไลน์ล้ำอนาคตของย่านลู่เจียจุ่ย ตึกระฟ้าพุ่งขึ้นฟ้าเป็นฉากหลังสุดอลังการ กลางวันบรรยากาศชิล ๆ ให้ถ่ายรูปเล่นแบบสบาย ๆ แต่พอตกค่ำตึกทั้งสองฝั่งก็เปิดไฟสว่างไสว กลายเป็นวิวโรแมนติกที่ทำให้ใคร ๆ ต้องหลงรัก บอกเลยว่าที่นี่คือจุดที่ทำให้คุณเข้าใจทันทีว่าทำไมเซี่ยงไฮ้ถึงถูกเรียกว่า “ปารีสแห่งตะวันออก”

Tips: แนะนำให้ไปช่วงเย็นต่อกลางคืน ได้ทั้งวิวพระอาทิตย์ตกและไฟสกายไลน์

2. The Oriental Pearl Tower (หอไข่มุกตะวันออก)

The Oriental Pearl Tower (หอไข่มุกตะวันออก) คือแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกของเซี่ยงไฮ้ ที่เห็นปุ๊บก็จำได้ทันที ด้วยดีไซน์ทรงลูกบอลแก้วสีชมพู–ม่วงเรียงซ้อนกันเหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนไซไฟ ทำให้มันไม่เหมือนหอคอยไหนในโลก ขึ้นลิฟต์ไปด้านบนแล้วคุณจะเจอวิวพาโนรามา 360° ของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ไฮไลต์อยู่ที่ “Sky Walk” พื้นกระจกใสที่ทำให้รู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ ใครกลัวความสูงมีหวั่น ๆ แต่รับรองได้ภาพเท่ ๆ กลับบ้านแน่นอน ตอนกลางคืนหอคอยจะสว่างไสวด้วยไฟ LED เปลี่ยนสีตลอดเวลา กลายเป็นเหมือนแท่งนีออนยักษ์กลางเมืองที่ทำให้เส้นขอบฟ้าเซี่ยงไฮ้ยิ่งตระการตา

Tips: ไปช่วงกลางคืนจะเห็นหอคอยเปลี่ยนสีด้วยไฟ LED สุดอลังการ และวิวเมืองเซี่ยงไฮ้ที่สว่างไสวเต็มขอบฟ้า

3. Shanghai Disneyland (เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์)

Shanghai Disneyland คือดินแดนแฟนตาซีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่นี่คุณจะได้พบกับปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์ที่สูงและอลังการที่สุดในโลก เดินเล่นแล้วเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในการ์ตูนโปรดของตัวเอง ไฮไลต์ห้ามพลาดที่มีแค่ที่นี่เท่านั้น คือ TRON Lightcycle Power Run เครื่องเล่นรถไฟเหาะไฟฟ้าสุดล้ำที่มีเฉพาะเซี่ยงไฮ้ และ ปราสาท Enchanted Storybook ที่อลังการที่สุดในโลก และยังมี Pirates of the Caribbean: Battle for the Sunken Treasure ที่ทั้งแสง สี เสียง และเทคโนโลยีจัดเต็มจนรู้สึกเหมือนล่องเรือจริง ๆ กลางวันก็สนุกกับเครื่องเล่นและพาเหรด ส่วนกลางคืนอย่าลืมรอชมโชว์ไฟร์เวิร์กที่ปราสาทสุดโรแมนติก ที่นี่ไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่คือประสบการณ์เวทมนตร์ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะไม่มีวันลืมเลย!

Tips: วางแผนใช้เวลาเต็มวัน โหลดแอป Disneyland เพื่อเช็กคิวและจอง FastPass และแนะนำให้อยู่ถึงช่วงค่ำเพื่อชมไฟร์เวิร์กสุดตระการตา

4. Nanjing Road (ถนนหนานจิง)

Nanjing Road Shanghai คือถนนช้อปปิงที่โด่งดังที่สุดของจีน และเป็นหนึ่งในถนนคนเดินที่คึกคักที่สุดในโลก ยาวกว่า 5 กิโลเมตร เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าหรู ร้านแบรนด์เนม และสตรีทฟู้ดที่ห้ามพลาด กลางวันเหมาะกับการเดินเล่นช้อปปิงเพลิน ๆ แต่พอตกค่ำบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นไฟนีออนระยิบระยับจนได้ฟีลเหมือนเดินอยู่ไทม์สแควร์แห่งจีน นักท่องเที่ยวหลายคนยังชอบนั่งรถรางเล็ก (Sightseeing Tram) เพื่อชมวิวถนนไปตลอดสาย เรียกได้ว่า Nanjing Road คือหัวใจของ Shanghai Shopping ที่ใครมาเมืองนี้ต้องมาเช็กอินให้ได้

Tips: ตอนกลางวันเหมาะกับการช้อปและเดินเล่นแบบสบาย ๆ ส่วนตอนกลางคืนถนนจะเต็มไปด้วยไฟนีออนระยิบระยับ ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีล “ไทม์สแควร์แห่งเซี่ยงไฮ้”

5. Xin Tian Di (ซิน เทียน ตี้)

Xin Tian Di คือย่านสุดฮิปที่เปลี่ยนบ้านหินเก่า Shikumen Architecture ให้กลายเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และบูติกดีไซน์เนอร์สุดชิค ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และไลฟ์สไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว กลางวันบรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปกับอาคารเก่าสวย ๆ ส่วนกลางคืนจะเต็มไปด้วยแสงไฟและเสียงดนตรี ทำให้ Xin Tian Di กลายเป็นหนึ่งใน Shanghai Nightlife ที่คึกคักที่สุด ใครมองหาสถานที่กิน ดื่ม ช้อป พร้อมบรรยากาศสุดอินเทรนด์ ต้องปักหมุดที่นี่

Tips: ช่วงกลางวันถ่ายรูปสวยด้วยแสงธรรมชาติ แต่ถ้าอยากสัมผัสความคึกคัก แนะนำไปตอนกลางคืนที่ไฟนีออนและบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงดนตรี

6. อาคารพันต้นไม้ (Tian An 1000 Trees)

Tian An 1000 Trees คือแลนด์มาร์กศิลปะ–สถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก อาคารขนาดมหึมาออกแบบโดย Heatherwick Studio ที่ทำให้ตึกทั้งหลังดูเหมือน “ภูเขาต้นไม้” เพราะมีต้นไม้กว่า 1,000 ต้นปลูกอยู่บนระเบียงเสาต่าง ๆ เรียงลดหลั่นเหมือนขั้นบันไดสีเขียว ด้านในเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และแกลเลอรีงานศิลป์สุดล้ำ เหมาะกับการมาถ่ายรูปสวย ๆ เพราะทุกมุมคืออาร์ตพีซแบบ Open-Air Gallery ช่วงเย็นไฟประดับจะทำให้อาคารดูเหมือนภูเขาเรืองแสงกลางเมือง กลายเป็นอีกหนึ่ง Shanghai Instagram Spot ที่สายถ่ายรูปต้องมา และยังเป็นที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามผสมผสาน Green Architecture เข้ากับไลฟ์สไตล์โมเดิร์นของเมืองใหญ่ได้อย่างน่าทึ่ง

Tips: แนะนำไปช่วงบ่ายแก่ ๆ ต่อเนื่องถึงเย็น เพราะกลางวันได้ถ่ายรูปชัด ๆ กับต้นไม้บนอาคาร ส่วนตอนค่ำไฟ LED จะส่องสวยเหมือนภูเขาเรืองแสง จุดที่คนนิยมถ่ายคือบริเวณตรงข้ามอาคารฝั่งถนนหลัก จะได้ภาพเต็มทั้งตึกและต้นไม้ลดหลั่น

7. Cheng Huang Miao Temple & Market (ตลาดเฉินหวังเหมี่ยว) 

Cheng Huang Miao Temple & Market เป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่ที่สะท้อนเสน่ห์ดั้งเดิมของมหานครแห่งนี้ วัดศักดิ์สิทธิ์และตลาดโบราณตั้งอยู่เคียงข้างกัน เต็มไปด้วยร้านค้าขายของที่ระลึก เครื่องประดับ และอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงอย่าง “เสี่ยวหลงเปายักษ์” ของร้าน Nanxiang Steamed Bun ซี่งเปิดตั้งแต่ปี 1900 นานกว่า 100 ปี เสน่ห์ของที่นี่คือการผสมผสานบรรยากาศจีนโบราณเข้ากับความคึกคักของตลาดสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

Tips: แนะนำให้ไปช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด และอย่าพลาดชิมเสี่ยวหลงเปาท้องถิ่นชื่อดังของย่านนี้

8. Shanghai Natural History Museum (พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติเซี่ยงไฮ้)

Shanghai Natural History Museum ตั้งอยู่ใน Jing’an Sculpture Park เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ออกแบบอาคารได้อย่างโดดเด่นราวกับเปลือกหอย ภายในจัดแสดงสิ่งมีชีวิต สัตว์ฟอสซิล และนิทรรศการเชิงโต้ตอบมากมาย เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและผู้ที่สนใจความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติ

Tips: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง และไปในวันธรรมดาเพื่อเดินชมได้อย่างสะดวก

9. Longhua Temple (วัดหลงหัว)

Longhua Temple Shanghai คือวัดพุทธเก่าแก่ที่สุดในเมือง มีเจดีย์สูงเจ็ดชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ และบรรยากาศสงบที่ตัดกับความเร่งรีบของเมืองเซี่ยงไฮ้ วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองมายาวนาน

Tips: แต่งกายสุภาพ และหากมาในช่วงเช้าอาจได้สัมผัสบรรยากาศพิธีสวดมนต์ของพระสงฆ์

10. Shanghai Starbucks Reserve Roastery (สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ โรสเทอรี่ เซี่ยงไฮ้)

Starbucks Reserve Roastery Shanghai คือสาขาที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองมาจาก เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่เหนือกว่าร้านทั่วไป ทั้งกระบวนการคั่วเมล็ดแบบสด เบเกอรี่ระดับพรีเมียม และเมนูเครื่องดื่มพิเศษที่หาชิมไม่ได้จากที่อื่น กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กด้าน Shanghai Coffee Culture ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

Tips: ช่วงเช้าเหมาะสำหรับการถ่ายภาพโดยไม่ติดผู้คนมากนัก และควรลองเมนูพิเศษ Reserve ที่มีเฉพาะสาขานี้

11. Shanghai Tower (เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์)

Shanghai Tower ตึกระฟ้าสูง 632 เมตรในย่านการเงินลู่เจียจุ่ย ถือเป็นอาคารสูงที่สุดในจีนและเป็นหนึ่งในตึกสูงที่สุดในโลก จุดชมวิว Top of Shanghai Observation Deck มอบทัศนียภาพเมืองแบบ 360° ที่ตระการตาและเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การมาเยือน

Tips: แนะนำให้ขึ้นไปในช่วงเย็นต่อเนื่องถึงกลางคืน เพื่อชมทั้งพระอาทิตย์ตกและทิวทัศน์เมืองยามค่ำ

12. World Expo Cultural Park (สวนพฤษศาสตร์)

World Expo Cultural Park Shanghai เกิดจากการปรับพื้นที่งาน World Expo 2010 ให้กลายเป็นสวนวัฒนธรรมและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น พักผ่อน และเพลิดเพลินกับนิทรรศการหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่จัดขึ้นเป็นประจำ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของคนเมือง

Tips: ควรใส่รองเท้าที่สวมใส่สบาย และตรวจสอบกิจกรรมพิเศษล่วงหน้าเพื่อไม่พลาดงานสำคัญ

13. Shanghai Ocean Aquarium (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซี่ยงไฮ้)

Shanghai Ocean Aquarium ตั้งอยู่ใกล้หอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl Tower) และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จุดเด่นคืออุโมงค์ใต้น้ำยาวกว่า 150 เมตรซึ่งให้ประสบการณ์เสมือนอยู่ใต้ทะเล รายล้อมด้วยปลาฉลาม กระเบน และสัตว์น้ำหลากชนิด

Tips: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และไปในช่วงวันธรรมดาเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด

14. The Bund Sightseeing Tunnel (อุโมงค์ท่องเที่ยวเดอะบันด์)

The Bund Sightseeing Tunnel Shanghai เชื่อมระหว่างฝั่ง The Bund และย่าน Pudong ใต้แม่น้ำหวงผู่ การเดินทางด้วยรถรางขนาดเล็กในอุโมงค์เต็มไปด้วยแสงสีและเอฟเฟกต์ที่แปลกใหม่ ถือเป็นการเดินทางข้ามฝั่งที่ทั้งสะดวกและน่าตื่นตาตื่นใจ

Tips: ควรซื้อตั๋วไป–กลับเพื่อความคุ้มค่า และแนะนำให้ใช้บริการในตอนกลางคืนเมื่อเอฟเฟกต์แสงสีโดดเด่นที่สุด

15. The Jade Buddha Temple (วัดหยกเซี่ยงไฮ้)

The Jade Buddha Temple Shanghai เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหยกนำเข้าจากพม่าซึ่งงดงามและศักดิ์สิทธิ์ วัดแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทั้งในและต่างประเทศ

Tips: แต่งกายให้สุภาพ และโปรดเคารพกฎของวัด โดยเฉพาะบริเวณที่ห้ามถ่ายภาพ